สุดมหัศจรรย์! ทารกเกิดจาก ตัวอ่อนแช่แข็ง นาน 27 ปี

สุดมหัศจรรย์! ทารกเกิดจาก ตัวอ่อนแช่แข็ง นาน 27 ปี

หญิงชาวอเมริกัน ได้ให้กำเนิดเด็กทารก ที่มีพัฒนาการจาก ตัวอ่อนแช่แข็ง นาน 27 ปี ซึ่งถือเป็นตัวอ่อนที่มีอายุมากที่สุดในโลก เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม สำนักข่าว ABC รายงานว่า นาง ทิน่า กิ๊บสัน ได้ให้กำเนิดหนูน้อย มอลลี่ เอฟเวอร์เร็ต กิ๊บสัน ซึ่งแม้ว่าทารกคนนี้จะมีอายุหนึ่งเดือน แต่ก่อนที่เธอจะกลายเป็นทารกนั้น ตัวอ่อนของเธอถูกแช่แข็งนาน 27 ปี ถือเป็นตัวอ่อนที่มีอายุมากที่สุดในประวัติศาสตร์

สถิติก่อนหน้านี้เป็นของ พี่สาวของ มอลลี่ หรือ เอมมี่ ที่ปัจจุบันมีอายุ 3 ขวบ 

โดยเอมม่านั้นเกิดจากตัวอ่อนที่ถูกแช่แข็งนาน 24 ปี ซึ่งตัวอ่อนของสองพี่น้องคู่นี้ถูกแช่แข็งพร้อมกัน นั่นทำให้สองพี่น้องคู่นี้ยังเป็นพี่น้องที่มีพันธุกรรมเหมือนกันอย่างสมบูรณ์ โดยนาง คาโรล ซอมเมอร์เฟลท์ นักวิทยาศาสตร์เพาะเลี้ยงตัวอ่อนมนุษย์ ได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว ABC ว่า เธอรู้สึกตื่นเต้นตัวอ่อนที่สามารถมีชีวิตรอด หลังจากที่เจ้าหน้าที่ทำการละลายน้ำแข็งจากตัวอ่อน และนำไปสู่การกำเนิดของ เอมม่า และ มอลลี่ ได้

ซึ่งสามารถสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการจับเก็บดูแลตัวอ่อนได้นาน โดยไม่มีการจำกัดเวลา

NARIT เผยภาพ ‘จันทรุปราคาเงามัว’ ครั้งสุดท้ายของปี 63 ที่เกิดขึ้นเมื่อ 30 พ.ย. ที่ผ่านมา โดยจันทรุปราคา ครั้งต่อไปจะเกิดในวันที่ 26 พ.ค. 64 จันทรุปราคา – สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT) เผยภาพ จันทรุปราคาเงามัว ที่ถ่ายได้ที่อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร ผ่าน Facebook พร้อมทั้งระบุว่า นี่คือจันทรุปราคา ครั้งสุดท้ายประจำปี 2563 ก่อนที่จะ จันทรุปราคา(บางส่วน) ในประเทศไทยจะวนกลับมาอีกครั้ง ในวันที่ 26 พฤษภาคม 2564

โดยข้อความระบุว่า

“ภาพ #จันทรุปราคาเงามัว ครั้งสุดท้ายของปี 63 #มองด้วยตาเปล่าเห็นได้ค่อนข้างยาก เก็บภาพ #ผ่านเลนส์ มาฝากจะประมาณนี้ครับ

NARIT เก็บภาพจันทรุปราคาเงามัว เหนือฟ้าเมืองเชียงใหม่ ในช่วงหัวค่ำวันที่ 30 พฤศจิกายน 2563 บันทึกภาพ ณ อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เป็นจันทรุปราคาครั้งสุดท้ายของปี ปรากฏการณ์ดังกล่าวเกิดในช่วงเวลาประมาณ 14:32 – 18:53 น. ตามเวลาประเทศไทย ในไทยสังเกตได้ตั้งแต่ดวงจันทร์โผล่พ้นขอบฟ้า เวลาประมาณ 17:49 น. จนถึงเวลาประมาณ 18:53 น. มองเห็นด้วยตาเปล่าได้ค่อนข้างยาก เนื่องจากปรากฏการณ์จันทรุปราคาเงามัว เกิดจากดวงจันทร์โคจรเข้าไปในเงามัวของโลกบางส่วน ไม่ได้ผ่านเข้าไปในบริเวณเงามืด ดวงจันทร์จึงไม่เว้าแหว่ง ยังคงมองเห็นดวงจันทร์เต็มดวงแต่มีความสว่างลดลงเท่านั้น

สำหรับปรากฏการณ์จันทรุปราคาในประเทศไทยครั้งถัดไป เป็นจันทรุปราคาบางส่วน จะเกิดขึ้นในวันที่ 26 พฤษภาคม 2564”

เกือบล้านรายที่ฉีด วัคซีน Covid-19 จาก Sinopharm ยังไม่มีอะไรร้ายแรง

วัคซีน ป้องกันเชื้อไวรัส Covid-19 จากบริษัท Sinopharm นั้นได้มีการฉีดให้กับผู้คนไปแล้วเกือบล้านราย โดยขณะนี้ยังไม่มีอาการตอบโต้ที่ร้ายแรงแต่อย่างใด โดยตัว วัคซีน นั้นได้รับการพัฒนาจากกลุ่มบริษัท Sinopharm บริษัททางการแพทย์ขนาดใหญ่ของประเทศจีน ได้ถูกใช้งานในการฉีดเพื่อป้องกันเชื้อโรค Covid-19 แก่ผู้คน ซึ่งได้มีการใช้งานไปแล้วเกือบหนึ่งล้านกว่าราย โดยขณะนี้ยังไม่พบผู้ที่ปฏิกิริยาตอบโต้กับวัคซีนอย่างร้ายแรงแต่อย่างใด

โดยนาย Liu Jingzhen ประธานบริษัท Sinopharm ได้กล่าวกับสื่อมวลชนในประเทศว่า มีการรายงานว่าพบผู้ที่มีปฏิกิริยาโต้ตอบเพียงแค่บางส่วนเท่านั้น และผู้ป่วยทั้งหมดมีอาการโต้ตอบอยู่ในระดับเบา ยังคงไม่พบผู้ที่มีอาการร้ายแรงแต่อย่างใด

นาย Liu ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอบเขตของการฉีดวัคซีนนั้นได้มีการขยายเพิ่มไปอย่างแน่นอน โดยมีผู้ที่ได้รับวัคซีนไปในระหว่างงานประชุมการส่งออกนานาชาติของจีน (China International Import Expo) เป็นจำนวน 100,000 ราย และผู้คนจำนวน 56,000 รายได้เดินทางออกนอกประเทศภายหลังจากได้รับการฉีดวัคซีนไปแล้ว ซึ่งในจำนวนนั้นไม่มีใครที่ติดเชื้อในภายหลัง

ทาง Sinopharm ได้มีการทดลองด้านการรักษาผ่านการใช้งานวัคซีนที่ยังไม่เป็นทางการ ในประเทศต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น UAE, อียีปต์, บาร์เรห์, เปรู และอาเจนติน่า โดยมีผู้เข้าร่วมประมาณมากกว่า 60,000 ราย

เขายังได้กล่าวต่ออีกว่า วัคซีนที่ได้รับการพัฒนาโดยทาง Sinopharm นี้ได้ก้าวล้ำเหนือไปกว่าตัวอื่นในทุกด้าน ทั้งในเชิงของการศึกษาทดลอง และพัฒนา การทดลองด้านการรักษา รวมไปถึงด้านการผลิต และการใช้งานยามฉุกเฉินอีกด้วย

ในวันที่ 20 ตุลาคมก่อนหน้า นาย Liu ได้เผยว่าบริษัท China National Biotec Group นั้นได้มีความพร้อมสำหรับการผลิตวัคซีนขนานใหญ่ และวคซีนที่ได้นั้นจะมีประสิทธิภาพ และปลอดภัย ประเทศมากกว่า 10 ประเทศได้กล่าวไว้ว่าพวกเขาได้มีความพยายามในการใช้งานวัคซีนนี้

หลังจากที่เราทาเล็บ ไม่ควรใช้มือหยิบจับอาหารเข้าปาก หรือจกข้าวเหนียวส้มตำแซบๆ แล้วดูดนิ้วจ๊วบๆ เพราะจะทำให้เราได้รับสารพิษจากยาทาเล็บเข้าปาก แต่นี่เอามาทาฟันเลย ซึ่งมีโอกาสได้รับสารพิษเต็มๆโดยตรงเลยจ้า อยากฟันขาววิ้งๆควรไปพบหมอฟันนะจ๊ะ”

Credit : แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว | แต่งบ้านและสวน | พระเครื่อง | รีวิวกล้องถ่ายรูป